แหล่งรวมอาหารญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่นหลักๆ

1. บะหมี่

คนญี่ปุ่นนิยม กินบะหมี่กันตลอดทั้งปี    บะหมี่มี 7 ชนิด หลักๆด้วยกัน

1.1) โซบะ (Soba) : ทำจากบักวีต เส้นจะมีสีน้ำตาลบาง ผู้คนนิยมทานโซบะกันมากที่สุด เพราะติดใจในแป้งบักวีต โดยเฉพาะรสชาติที่อร่อยของเส้นที่ไม่ผสมแป้งชนิดอื่นลงไปมากนัก โดยทั่วไปโซบะจะเสิร์ฟพร้อมวาซาบิ (wasabi) หอมหัวใหญ่ฝาน น้ำจิ้มทำจากมิริน (mirin-สาเกหวาน) และคัตสึโอะบูชิ (เกล็ดปลาแห้ง)โซบะแบบนี้หากเสิร์ฟแบบเย็นบนซารุหรือถาดไม้ไผ่ จะเรียกว่า ซารุโซบะ (zarusoba) ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมในหน้าร้อน

117

1.2) โซเม็ง (Somen) : เป็นบะหมี่นิยมทานในหน้าร้อนเช่นกัน เส้นของโซเม็งทำจากข้าวสาลี (sobako-ข้าวสาลี) ดังนั้นเส้นจึงมีสีขาวนวลและเส้นจะบางกว่าโซบะ เส้นโซเม็งจะนุ่มสามารถดัดแปลงทำอาหารได้หลายอย่าง โซเม็งสามารถเสิร์ฟแบบโงะโมะคุ (gomoku-ห้ารส) โดยโรยไข่เจียวซอยเส้น ไก่ และผักต่างๆ หรือเสิร์ฟแบบโงะมะดาเระ (gomadare) ที่มีมะเขือยาว ปลา และชิโสะ (shiso) เป็นเครื่องเคียง เสิร์ฟแบบเย็นก็มี เรียกว่า ฮิยะชิ-hiyashi ที่ใส่แต่ซอสถั่วเหลืองผสมน้ำมันงา โซเม็งเป็นอาหารเบาๆที่ช่วยทำให้สดชื่นในหน้าร้อน

214

1.3) อุด้ง  (Udon) : เป็นอาหารยอดนิยมในหน้าหนาว อุด้งทำจากข้าวสาลี และมีเส้นหนาถึงหนามาก โดยจะ เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปซอสถั่วเหลืองร้อนๆ หอมหัวใหญ่ฝาน ผักชนิดต่างๆและไข่ อุด้งจะต่างจากโซบะและราเม็งเวลารับประทานตรงที่ ไม่ต้องจุ่มเส้นในน้ำซุปก่อนรับประทาน เส้นอุด้งจะมีขนาดเส้นที่ใหญ่และเหนียวนุ่ม จึงให้ความอบอุ่นเป็นอย่างดีในหน้าหนาว

315

1.4) ราเมง (Ramen) : ลักษณะเหมือนเส้นบะหมี่ หรือหมี่เหลือง บ้านเรา แต่เส้นกลมสีเหลือง ได้รับอิทธิพลมาจากจีน คำว่า Ramen ออกเสียงคล้ายกับ Lo mein ในภาษาจีน ซึ่งแปลว่า เส้นต้ม (Boiled Noodles) และมักจะเสิร์ฟในน้ำซุปที่มี 4 รส ได้แก่ น้ำซุปเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น (Miso) น้ำซุปรสเกลือ (Shio) น้ำซุปซีอิ๊วญี่ปุ่น (Shoyu) น้ำซุปจากน้ำต้มกระดูกหมูน้ำข้น (Tonkotsu)

413

1.5) เส้นบุก (Shirataki) : เส้นใสคล้ายวุ้นเส้น แต่เส้นใหญ่กว่าทำจากหัวบุก (Elephant Yam) หรือ คอนยัก (Konjac) นิยมใส่ในอาหารประเภทหม้อไฟหรือสุกียากี้ ก่อนนำมาทำอาหารต้องลวกในน้ำเดือดให้หมดกลิ่นคาว

food_feature11-150x150

1.6) วุ้นเส้นญี่ปุ่น :  ลักษณะเส้นใส แต่ใหญ่กว่าเส้นวุ้นเส้นของบ้านเรา มี 2 ชนิดคือ คึสึคิริ (Kuzukiri) ซึ่งทำจากแป้งมันผรั่งและแป้งรากสามสิบ อีกชนิดหนึ่งคือ ฮารุซาเมะ (Harusame) ทำจากแป้งมันฝรั่ง และแป้งข้าวโพด โดยทั้ง 2 ชนิดต้องต้มประมาณ 8-10 นาที ก่อนนำมาปรุงอาหาร เช่น สุกียากี้ แต่ถ้าทำป็นแกงจืดก็ต้มไปพร้อมกับน้ำแกงได้เลย

1.7) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (Instant Noodles) :  นับเป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นภาคภูมิใจมากที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เลยก็ว่าได้ มีต้นกำนิดมาจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นเกิดภาวะขาดแคลนอาหารและได้รับบริจาคแป้งสาลีจากสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก “โมโม-ฟุกุ อันโด” ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทนิชิน จึงคิดนำแป้งสาลีมาแปรรูปทำเป็นเส้นบะหมี่แห้ง ซึ่งผ่านการแช่ในน้ำซุปและทอดด้วยน้ำมันร้อนจัดก่อนนำมาผึ่งให้แห้งเพื่อจะได้เก็บไว้นาน ๆ นำมากินได้ทันทีเมื่อเติมน้ำร้อน เริ่มต้นด้วยบะหมี่รสไก่ เป็นรสชาติแรกที่ออกวางขาย ปัจจุบันญี่ปุ่นถือเป็นเจ้าแห่งบะหมี่สำเร็จรูป เพราะมีหลากรส หลายเส้นให้เลือกซื้อตามสะดวก เพียงฉีกซอง ใส่เครื่องปรุง ชงนำร้อน 3 นาที ก็ทานได้แล้ว

78

วิธีการกินบะหมี่ญี่ปุ่นให้อร่อย จะใช้ตะเกียบคีบและกลืนลงคอด้วยเสียงอันดังตามแบบญี่ปุ่น บางคนอาจจะเขินที่กินเสียงดัง ซู้ดซาด แต่ที่นี่ถือเป็นมารยาทที่ยอมรับกันทั่วไป ให้เกียรติแก่คนทำที่ทำบะหมี่อร่อยๆให้ทาน ผู้เชี่ยวชาญ(การกิน) กล่าวว่าเสียงยิ่งดัง ยิ่งอร่อย

2. ซูชิและซาซิมิ

88

 

เป็นการผสมผสานของรสชาติและหน้าตาอาหาร อาหารทั้งสองชนิดเป็นอาหารทะเลดิบที่คนญี่ปุ่นโปรดปราน และตอนนี้ก็น่าจะเป็นอาหารยอดฮิตในเมืองไทยด้วย ซูชิที่ทีต้องใช้ส่วนผสมคุณภาพดี ข้าวก็ต้อง ผ่านการอบและออกรสเปรี้ยวพอดี ส่วนเครื่องโรยหน้าก็ต้องสด คนที่ชอบปลาดิบและอาหารทะเลสดๆ ทานคู่กับวาซาบ

ซูชิ หมายถึง การรวมกันระหว่างปลากับข้าว ซูชิมีวิวัฒนาการมาเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วซึ่งเกิดจากความต้องการถนอมอาหารของคนญี่ปุ่น ซูชิ หรือข้าวปั้นที่มีหน้า ซึ่งเป็นอาหารที่นิยมของคนญี่ปุ่น ซึ่งข้าวที่นำมาทำซูชินั้นจะมีส่วนผสมของน้ำส้มสายชู คนที่ญี่ปุ่นมักจะกินคู่กับปลา เนื้อ หรือ ของคาวชนิดต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น ซูชิมักจะหมายถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของ ซูชิเมะชิ (ข้าวที่ผสมน้ำส้มสายชู) และมีหน้าแบบต่างๆซึ่งเป็นที่นิยมได้แก่ อาหารทะเล ผัก ไข่ เห็ด เนื้อที่นำมาใช้อาจจะเป็นเนื้อดิบ หรือ เนื้อที่ผ่านกระบวนการทำอาหารแล้ว สำหรับในประเทศอื่น

 

เครดิต: https://www.educatepark.com/เรียนต่อญี่ปุ่น/อาหารญี่ปุ่นหลักๆ/

 

คู่มือฉบับย่อเพื่อทำความเข้าใจกับประโยชน์ด้านสุขภาพของซูชิ

ฉันชอบที่จะทำซูชิที่บ้านและฉันชอบที่จะสอนคนอื่นให้รู้จักทำเป็นม้วนแบบซูชิในครัวที่บ้านของตนเอง การเรียนรู้วิธีทำช้อนซูชิเป็นกระบวนการที่เรียบง่ายซึ่งผมมั่นใจว่าคุณจะสนุกกับการทำเวลาและเวลาอีกครั้ง น้ำจิ้มหวานไหลรินด้านบนบวกกับอะโวคาโดครีมและครีมชีสที่ติดกับเต้าหู้กุ้งเค็มและแตงกวาสดที่สดชื่นทำให้เป็นสูตรที่ไม่ควรพลาดสำหรับซูชิ ฉันหวังว่าคุณจะชอบทำตามสูตรง่ายๆสำหรับซูชิที่สอนวิธีทำชามซูชิกุ้งเทมปุระจากบ้าน

เพิ่มเติม: http://www.alitamarin.com/?p=311

นี้เป็นได้อย่างง่ายดายหนึ่งในสูตรที่ดีที่สุดสำหรับซูชิ

ที่มีอยู่ในปัจจุบัน วางเสื่อปูปลาดิบไว้ในถุงแช่แข็งพลาสติกขนาดแกลลอนเพื่อให้แน่ใจว่าข้าวปั้นซูชิไม่ได้ฝังอยู่ในเสื่อและทำความสะอาดได้ง่ายเมื่อคุณกำลังทำซูชิจากบ้าน วางสาหร่ายทะเลสาหร่าย ไว้ด้านบนของเสื่อม้วนซูชิพลาสติก เปียกมือของคุณและเขย่าให้แห้ง เพิ่มข้าวผัดที่เตรียมไว้กลาง แล้วค่อยๆกางออกไปที่ขอบ กดลงเบา ๆ และพลิกข้าวปั้นซูชิไปให้ เพื่อให้ด้านข้าวสัมผัสกับเสื่อม้วนซูชิพลาสติก จากนั้นเพิ่มชีสครีมลงไปฉันต้องการตัดชิ้นเนื้อออกจากสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวหนึ่งอันและวางความยาวทั้งหมดของ นี้จะเพิ่มรสชาติอร่อยครีมที่ไปได้ดีกับม้วนซูชิใด ๆ

อเมริกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนึ่งกับกุ้งเทมปุระ วิธีที่ง่ายที่สุดและอร่อยที่สุดในการใช้กุ้งเทมปุระในสูตรนี้คือการติดไว้ในเตาอบเครื่องปิ้งขนมปังร้อนประมาณสิบนาทีจนกว่าจะมีสีทองและกรอบ เตรียมเทมปุระกุ้งที่ซื้อจากตลาดท้องถิ่นของคุณในส่วนอาหารแช่แข็ง ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากุ้งเทมปุระมีเวลาเพียงพอที่จะทำให้เย็นก่อนวางไว้ข้างครีมชีสเพื่อให้ชีสครีมไม่ละลาย จากนั้นเพิ่มแตงกวาสดๆ ตอนนี้มันเป็นเวลาที่จะม้วน ม้วนเสื่อซูชิเหนือม้วนห่างจากคุณสร้างตราประทับที่ดีจากข้าวปั้นซูชิกับผลข้าวซูชิ ม้วนอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าจะปิดผนึกอย่างเต็มที่

ตัดเปิดและตักเนื้อหาของอะโวคาโดที่มีขนาดใหญ่

เท่าที่คุณสามารถจัดการได้ ตัดอะโวคาโดเป็นชิ้นบาง ๆ และวางลงบนโรยด้วยม้วน ฉันชอบที่จะใช้อะโวคาโดที่มีเล็กน้อย กว่าปกติเพื่อให้พวกเขาฟอร์มไปด้านบนของม้วนซูชิที่ดีกว่า วางกระดาษห่อหุ้มด้วยกระดาษแก้วไว้ด้านบนและค่อยๆกดลงไปทั่วทั้งม้วน หยิบมีดหยักของคุณให้แน่ใจว่ามันเปียกจริงๆและ ผ่านศูนย์กลางของม้วนซูชิในขณะที่ออกจากกระดาษแก้วในสถานที่ ตัดชิ้นส่วนเหล่านี้เป็นครึ่งหนึ่งอีกครั้งและจากนั้นแต่ละชิ้นในครึ่งอีกครั้งจนกว่าคุณจะมีแปดชิ้นเท่าของซูชิม้วน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เช็ดมีดของคุณไว้ในระหว่างการตัดเพื่อให้ชีสครีมไม่สร้างขึ้นและทำให้

ฉีกขาด ซอสน้ำพริกกะหล่ำปลีด้านบนเพื่อเพิ่มความหวานอร่อย นี่เป็นส่วนผสมที่น่าทึ่งเพราะเรามีครีมชีสและอะโวคาโดครีมแตงกวาสดกรอบและกุ้งเทมปุระอุ่น ๆ สูตรซูชิแสนง่ายนี้ควรจะเป็นชุบที่จัตุรัสมืดโดยเฉพาะแผ่นสีดำหรือสีแดงสำหรับงานนำเสนอของแฟนซีหรือซ่อนไว้และเก็บไว้ให้ทุกอย่างสำหรับคุณ! หลังจากชิมสูตรร้านซูชิอเมริกันที่น่าอัศจรรย์นี้คุณอาจตัดสินใจว่าการแชร์ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าของคุณ

เพิ่มเติม: http://www.centroidiomasua.com/?p=490

เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องประดับให้เป็นของขวัญ ให้กับคนที่รัก


เครื่องประดับ นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผู้ที่จะซื้อไปเป็นของขวัญให้แกผู้อื่น ในวาระต่างๆ เพราะแม้ว่าจะเป็นเครื่องประดับราคาไม่แพง แต่หากมีดีไซน์ที่สวยงาม มีวัสดุที่ดี ก็ย่อมทำให้ผู้รับเกิดความประทับใจได้ และยิ่งถ้าเป็นเครื่องประดับที่แตกต่างด้วยการออกแบบ ด้วยอัญมณีที่ประดับ ก็ยิ่งทำให้มันดูมีคุณค่าสำหรับผู้รับมากมาย

การเลือกซื้อเครื่องประดับเพื่อเป็นของขวัญ แม้จะไม่จำกัดว่าจะต้องซื้อให้เพศใด แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า เครื่องประดับสำหรับผู้ชายนั้น มีตัวเลือกไม่มาก ขณะที่เครื่องประดับสำหรับผู้หญิง กลับมีมากกว่าหลายเท่าตัว แต่ละประเภทก็ยังแยกย่อยออกไปอีกมากมาย อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกเครื่องประดับเพื่อเป็นของขวัญ ก็มีหลักเกณฑ์ที่ควรคำนึงถึง ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในการเลือกซื้อเครื่องประดับทุกครั้ง กล่าวคือ :

งบประมาณ เป็นสิ่งแรกที่ต้องคิด คุณตั้งงบประมาณไว้สำหรับการซื้อของขวัญสักเท่าไร และยืดหยุ่นได้เต็มที่เท่าไร ? เป็นคำถามที่คุณควรมีคำตอบที่ชัดเจน การมีงบประมาณสูงทำให้คุณมีตัวเลือกมากขึ้น กังวลกับการเลือกได้น้อยลง ส่วนการมีงบประมาณน้อย หมายความว่าคุณจะต้องทำการบ้านเยอะสักหน่อย อาจต้องเลือก ต้องเปรียบเทียบราคา หาข้อมูล จนกระทั่งมีตัวเลือกที่เหมาะสมสัก 3-5 ชิ้น

วาระโอกาส แม้ว่าการมอบของขวัญให้คนที่เรารักอาจไม่จำเป็นต้องมีวาระ คุณอาจจะอยากทำให้เขาประหลาดใจ หรือคุณรู้สึกว่าอยากตอบแทนสำหรับบางสิ่งที่เขาได้มอบให้ ซึ่งการมอบของขวัญแบบไม่มีวาระนี้ ผู้รับไม่มีความคาดหวังใดๆ คุณไม่จำเป็นต้องกังวลหรือคิดมากเกินไปหากจะเลือกเครื่องประดับเป็นของขวัญให้เขา แต่ก็ไม่ใช่ว่าอะไรก็ได้ อย่างน้อยควรจะเป็นเครื่องประดับที่คุณมั่นใจว่าเขาจะต้องชอบอย่างน้อย 80%

ความชอบและความเหมาะสมของผู้รับ ไม่ได้หมายความว่า เครื่องประดับชิ้นหนึ่งจะเหมาะสมกับทุกๆ คนหรือจะให้ใครใส่ก็ได้ เครื่องประดับแม้จะมีตัวเลือกมากมายหลากหลาย แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีความจำเพาะเจาะจงสำหรับผู้รับอยู่ไม่น้อย การสวมเครื่องประดับที่ไม่เข้ากับสัดส่วนสรีระร่างกาย หรือใบหน้า ย่อมไม่ใช่สิ่งพึ่งปรารถนา“เครื่องประดับ” มีความคล้ายคลึงกับอาภรณ์เครื่องนุ่งห่มตรงนี้ คือคุณควรจะต้องรู้จักผู้รับดีพอสมควร คุณจึงจะสามารถเลือกเครื่องประดับทีเหมาะสมกับผู้รับได้ ทั้งในด้านกายภาพ(ขนาดของเครื่องประดับ) และทั้งในด้านรสนิยม(สี อัญมณี รูปทรง)

กาลเทศะ ของขวัญชิ้นสำคัญที่คุณจะมอบให้ผู้รับ จะกลายเป็น “สิ่งพิเศษ”ได้ บางทีก็จำเป็นจะต้องมีกาลเทศะที่เหมาะสมด้วย บางครั้งคุณอาจนัดแนะกับเพื่อนๆ ของเธอ เพื่อเซอร์ไพรส์เธอด้วยแหวนหมั้นในงานวันเกิด หรือคุณอยากจะให้เธอประทับใจด้วยการมอบสร้อยอัญมณีประจำราศีเกิดให้เธอในดินเนอร์สองต่อสอง เพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจที่สุด นี่เป็นสิ่งที่คุณต้องคำนวณอย่างรอบคอบเช่นเดียวกัน