วิธีเลือกของขวัญอย่างไรให้คนรับกดไลค์

ถึงช่วงเทศกาลทีไร การเลือกของขวัญก็ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องที่สร้างความหนักใจให้กับหลาย ๆ คน อยู่ไม่น้อย เพราะไม่รู้ว่าจะเลือกของขวัญแบบไหนให้ดี แล้วถ้ามอบให้แล้ว คนที่ได้รับจะรู้สึกถูกใจหรือไม่ ไม่น่าเชื่อว่าแค่เพียงเลือกของขวัญ ก็ทำให้หลาย ๆ คนเครียดเสียยิ่งกว่าเวลาทำงานซะอีก ลองนำไอเดียเหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ คนรับจะได้ชอบใจกดไลค์ให้เลย
1. ให้สิ่งที่คนรับต้องการ
ถ้าเกิดคนที่เราต้องการจะมอบของขวัญให้แสดงออกหรือบอกกับคุณว่าเขาอยากจะได้อะไร นั่นจะยิ่งทำให้คุณไม่ต้องมานั่งปวดหัวเลยว่าจะหาของขวัญอะไรให้ดี แค่ให้ในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการก็เพียงพอแล้ว ซึ่งการมอบของขวัญที่ตรงใจกับที่คนรับต้องการจะทำให้คุณและคนรับได้รับความรู้สึกดี ๆ ด้วยกันทั้งคู่ คุณเองก็จะได้รับการชื่นชมที่เอาใจใส่กับความต้องการของคนรับ และตัวคนที่ได้รับของขวัญเองก็จะรู้สึกดีที่คุณให้ความสนใจกับเขาค่ะ
2. อย่ากังวลการซื้อของขวัญซ้ำกัน
เมื่อคนเราจะต้องซื้อของขวัญให้กับเพื่อนเพียงไม่กี่คน พวกเขาก็มักจะมองหาของขวัญที่แปลกตาและเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน ซึ่งนั่นเป็นการเลือกซื้อของขวัญที่ไม่ค่อยจะถูกต้องเท่าไรนัก เพราะของขวัญอาจจะไม่ถูกใจคนรับเสมอไป ตัวอย่างเช่น คุณตัดสินใจที่จะเลือกซื้อการ์ดให้เพื่อนของคุณ 2 คน ที่ไม่รู้จักกันเลย การที่คุณเลือกการ์ดที่แตกต่างกัน อาจจะทำให้คนที่ได้รับไม่พึงพอใจเท่าที่ควรก็ได้ และก็อาจจะทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจได้ ดังนั้นทางที่ดี เลือกของขวัญที่เหมือนกันให้เพื่อนดีกว่านะคะ ถึงแม้มันจะธรรมดา แต่อย่างน้อยก็ทำให้คุณไม่รู้สึกลำเอียงไปที่เพื่อนคนใดมากกว่าค่ะ
3. ลองจินตนาการดูว่าคนที่คุณจะมอบของขวัญให้ต้องการจะซื้ออะไรให้ตัวเอง
ปัญหาของหลาย ๆ คนที่มักจะเกิดขึ้นเวลาที่ต้องหาซื้อของขวัญให้กับคนอื่น ๆ ในช่วงเทศกาลก็คือการที่จะต้องมานั่งคิดว่าควรให้อะไรใครดี และกลายเป็นว่าคุณแทบจะต้องอุทิศเวลาทั้งหมดไปกับการซื้อของขวัญไปเลยเสียด้วยซ้ำ แถมยังได้ของขวัญที่ไม่ค่อยถูกใจคนรับอีกด้วย ดังนั้นแทนที่คุณจะนั่งคิดเองว่าควรจะเลือกของขวัญอย่างไร ลองเปลี่ยนมานึกถึงคนรับว่ามีของอะไรบ้างที่คิดว่าเป็นสิ่งอีกฝ่ายชอบและคิดว่าคนที่ได้รับของขวัญของคุณจะต้องซื้อมาใช้อย่างแน่นอน วิธีนี้จะทำให้คุณตีกรอบขอบเขตของขวัญที่คุณจะซื้อให้แต่ละคนได้ง่ายขึ้นค่ะ เมื่อคุณทราบแล้วว่าคนรับน่าจะอยากได้อะไรมากที่สุด คุณก็สามารถเลือกซื้อของขวัญได้ง่ายและตรงใจผู้รับได้มากขึ้น
4. หาเหตุผลดี ๆ ให้กับของขวัญที่เรามอบให้
เมื่อคนเราให้ของขวัญที่แปลก หรือของขวัญที่แทบจะไม่จำเป็นหรือเป็นที่ต้องการ อย่างเช่นของที่ระลึกจากสถานที่ท่องเที่ยว คนเราจะอธิบายกับผู้รับว่าถึงเหตุผลมากมายให้ดูเหมือนว่ามันมีค่ามากกว่าที่เห็น เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายไม่รู้สึกว่าอยากได้ ดังนั้นถ้าหากของขวัญที่คุณเลือกมานั้นดูธรรมดาจนไม่น่าสนใจ คุณก็ควรมีเหตุผลดี ๆ ถึงเลือกของชิ้นนั้นมาให้ผู้รับนะคะ

แนวทางในการเลือกของขวัญที่นำเสนอกันไปอาจจะทำให้หลาย ๆ คนพอจะนึกออกแล้วใช่ไหมล่ะว่าควรจะเลือกของขวัญให้ผู้อื่นอย่างไรดีในช่วงเทศกาลที่จะมาถึง แต่ก็อย่าใช้จ่ายกับของขวัญให้กับผู้อื่นมากเกินไปจนเงินหมดกระเป๋านะ ไม่อย่างนั้นของขวัญเหล่านั้นก็อาจจะทำให้คุณรู้สึกแย่ลงได้ง่าย ๆ เลยนะจ๊ะ

ของขวัญวันแต่งงานสุดโดนใจ และเป็นประโยชน์กับบ่าวสาว


เชื่อว่าวันแต่งงานไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับบ่าวสาวเท่านั้น เพราะในขณะเดียวกันเพื่อน ๆ หรือญาติ ๆ ของบ่าวสาวก็คงมีความรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างออกไปสักเท่าไหร่ เนื่องจากไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรเป็นของขวัญวันแต่งงานให้กับบ่าวสาวดี ที่จะเหมาะสม ถูกกาลเทศะ เข้ากันได้ดี และเป็นประโยชน์กับทั้งคู่ คำตอบสำหรับคำถามนี้ไม่ยากเลย แค่ลองพิจารณาจากสิ่งของจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน ของขวัญวันแต่งงานสุดโดนใจและเป็นประโยชน์กับคู่บ่าวสาว ที่นำมาฝากกันในวันนี้
1. เครื่องดูดฝุ่น
อุปกรณ์ทำความสะอาดที่เหมาะสมทั้งในเรื่องของราคาและประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นสิ่งของที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันด้วย เพราะทุก ๆ บ้านก็ต้องทำความสะอาดกันเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งคงจะดีไม่น้อยหากบ่าวสาวได้เครื่องดูดฝุ่นไปช่วยลดภาระและย่นเวลาในการทำความสะอาด ที่สำคัญไปกว่านั้น ก็คือ พวกเขาจะได้มีเวลาว่างสำหรับสวีตกันมากขึ้น
2. ของใช้สำหรับจัดระเบียบบ้าน
เรือนหอของพวกเขาจะน่าอยู่หรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสไตล์การตกแต่งเพียงอย่างเดียว แต่ภายในบ้านจะต้องสะอาดและเป็นระเบียบด้วย ฉะนั้น สิ่งของอีกหนึ่งอย่างที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับพวกเขา ก็คือ ของใช้สำหรับจัดระเบียบบ้าน อย่างเช่น ราวแขวนแก้ว ชั้นวางขวดไวน์ หรือกล่องเก็บของ ซึ่งถ้าหากคุณอยากจะทำให้ของดูสมกับเป็นวันพิเศษแบบนี้ อาจจะเลือกของที่ทำจากแก้วหรือโลหะที่มีดีไซน์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของพวกเขาก็ได้
3. ชุดเครื่องนอน
ของขวัญอีกหนึ่งชนิดที่มีประโยชน์กับคู่บ่าวสาวมาก ๆ เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้หากคิดจะซื้อชุดเครื่องนอนเป็นของขวัญวันแต่งงาน ควรเลือกชุดเครื่องนอนแบบเซตใหญ่ หรือเซตที่มีทั้งผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ปลอกหมอนข้าง รวมไปถึงผ้าห่มอยู่ในชุดเดียวกัน จะได้มีสีและลวดลายเหมือนกันทั้งหมด โดยพิจารณาสีกับลวดลายของชุดเครื่องนอนจากสไตล์ที่บ่าวสาวชอบ ไม่ใช่ตัดสินใจจากความชอบส่วนตัวของคุณเอง
4. ผ้าเช็ดตัว
ของขวัญแต่งงานที่เป็นที่นิยมของคนส่วนใหญ่ และบ่าวสาวยังคงนำของขวัญชิ้นนี้มาใช้ประโยชน์ได้เสมอ เพราะนอกจากพวกเขาจะเก็บผ้าเช็ดตัวเอาไว้ผลัดเปลี่ยนกับผ้าขนหนูที่ใช้กันอยู่เป็นประจำแล้ว ยังสามารถนำผ้าเช็ดตัวออกมาใช้ในเวลาที่มีแขก อย่างเช่น เพื่อน ญาติ พี่น้อง หรือพ่อแม่ ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาค้างคืนที่บ้านด้วย
5. ชั้นวางของ
ของขวัญอีกหนึ่งอย่างที่บ่าวสาวจะต้องได้ใช้และมีประโยชน์กับพวกเขามากแน่ ๆ ก็คือ ชั้นวางของ หรือราวแขวนของ โดยพยายามเลือกสี ลวดลาย และสไตล์ที่เป็นกลาง อย่างเช่น ชั้นวางของสีขาว ตู้ไม้เก็บของ หรือราวแขวนสแตนเลสดีไซน์เก๋ ที่สำคัญไม่ควรใช้ความรู้สึกส่วนตัวตัดสินใจมากจนเกินไป เพราะความชอบของคุณอาจจะไม่โดนใจ และไม่เข้ากับสไตล์การแต่งบ้านของพวกก็ได้
6. อุปกรณ์ทำอาหาร
อย่างเช่น เครื่องปิ้งขนมปัง เตาอบ หรือแม้แต่หม้อและกระทะ สิ่งของที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่ทว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย เพราะเป็นของที่ทุกคนต้องใช้ทุก ๆ วันอยู่แล้ว อย่างน้อย ๆ ก็มื้อเช้ามื้อหนึ่งแล้วล่ะ
7. อุปกรณ์ซักรีดเสื้อผ้า
ใครล่ะจะไม่ดีใจหากเปิดกล่องของขวัญแล้วพบว่า ด้านในกล่องของขวัญเป็นเตารีด หรืออุปกรณ์สำหรับซักเสื้อผ้า โดยเฉพาะบ่าวสาวที่เพิ่งย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่สด ๆ ร้อน ๆ เพราะภายในบ้านของพวกเขาคงยังไม่มีอะไรมากมายสักเท่าไหร่ หากได้เครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างเช่น เตารีด เพิ่มเข้าไปในบ้านคงจะรู้สึกดี และช่วยพวกเขาประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่งด้วย
8. กระเป๋าเดินทาง
เป็นที่รู้กันดีกว่า หลังวันงานแต่งงานบ่าวสาวทุกคู่จะต้องออกเดินทางไปฮันนีมูนเพื่อพักผ่อน พร้อมทั้งสร้างวันเวลาดี ๆ ร่วมกันก่อนจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างจริงจัง ดังนั้น ของขวัญที่เขามองหาและถูกใจมากที่สุดอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ กระเป๋าใส่เสื้อผ้าที่จะออกเดินทางไปฮันนีมูนกับพวกเขานั่นเอง รู้แบบนี้แล้วก็ลองเลือกกระเป๋าสักเซตไปห่อของขวัญกันดีกว่า
9. เงินสด
เงินสดยังคงเป็นของขวัญที่บ่าวสาวต้องการเสมอ เพราะจากนี้คงต้องรับผิดชอบภาระร่วมกันมากมาย ดังนั้น คงจะดีกว่าหากมีเงินสำรองเก็บเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน และในขณะเดียวกันยังสะดวกสำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปหาซื้อของขวัญด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับของขวัญทั้ง ที่หยิบมาฝากกันในวันนี้ คงจะเป็นไอเดียดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถหาซื้อของขวัญวันแต่งงานได้ง่ายดาย รวดเร็ว พร้อมทั้งสวยโดนใจคนให้ และเป็นประโยชน์กับคู่บ่าวสาวนะคะ

การเลือกของขวัญปีใหม่แบบได้สุขภาพ เลือกง่าย ๆ ด้วยหลัก 5 ป.


ของขวัญปีใหม่ ซื้ออะไรดีถึงสุขใจผู้ให้ แถมยังดีต่อสุขภาพผู้รับด้วย กรมอนามัยมีคำแนะนำดี ๆ มาบอกกันกันค่ะ
ในเทศกาลปีใหม่ หลายคนก็คงเลือกซื้อเลือกหาของขวัญให้คนรอบข้าง แต่ของขวัญที่วางขายกันอยู่นั้นก็มีสารพัดสิ่งสารพัดอย่างแตกต่างกันไป สิ่งที่ควรคำนึงถึงให้มากที่สุดก็คือเรื่องคุณภาพของสิ่งของเหล่านั้น เพราะหากซื้อสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานก็อาจกระทบต่อสุขภาพของผู้รับ และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้อย่างคาดไม่ถึง งานนี้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงแนะหลัก 5 ป. ที่จะช่วยให้ทุกคนเลือกซื้อของขวัญปีใหม่ให้เกิดคุณค่ามากที่สุด ตามนี้เลย
1. ป.ประโยชน์
ป.ประโยชน์ที่ว่านี้ก็คือการเลือกของขวัญปีใหม่ที่มีประโยชน์ โดยคำนึงถึงเพศ วัย และสุขภาพของผู้รับเป็นสำคัญ เช่น
– ถ้าเป็นเด็กก็ควรเลือกของที่สามารถพัฒนาการเจริญเติบโต สมอง หรือการเรียนรู้ ได้แก่ เกมส์ฝึกสมอง อุปกรณ์กีฬา เครื่องดนตรี เป็นต้น
– หากเป็นผู้สูงอายุก็ควรเลือกเป็นของที่ดีต่อสุขภาพ หรือเป็นของที่นำมาใช้เพื่อให้เวลาว่างเป็นประโยชน์ เช่น ผลไม้ ชาสมุนไพร หนังสือ บทเพลงสบาย ๆ เพื่อการพักผ่อน เป็นต้น
2. ป.ประหยัด
ของขวัญปีใหม่ราคาแพง หรูหรา ยี่ห้อดัง อาจเทียบไม่ได้กับของขวัญราคาประหยัดแต่มีประโยชน์ ซึ่งจะมีคุณค่าทางจิตใจต่อผู้รับมากกว่า อย่างเช่น สินค้าโอท็อป สินค้าหัตถกรรม ที่นำไปใช้งานได้จริง แต่ก็ควรระวังสินค้าเลียนแบบหรือสินค้าราคาถูกแต่ด้อยคุณภาพที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น ของเล่นเด็ก เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เครื่องใช้อิเลคทรอนิกส์ เพราะอาจไม่ได้มาตรฐานและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
3. ป.ปลอดภัย
ในการเลือกซื้อของขวัญต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและสุขภาพของผู้รับด้วย โดยเลือกซื้อสินค้าที่มีเครื่องหมายมาตรฐานรับรองจากหน่วยงานราชการ เช่น หากเป็นอาหารต้องมีเลขสาระบบอาหารหรือ อย. หากเป็นสินค้าอุตสาหกรรมต้องมีมาตรฐานอุตสาหกรรมหรือ มอก. และสังเกตด้วยว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นควรมีชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า สถานที่ผลิต วันผลิต วันหมดอายุ ระบุในฉลากสินค้าด้วย
4. ป.เป็นไทย
สินค้าที่ผลิตภายในประเทศและบ่งบอกถึงความเป็นไทย เช่น ผ้าทอหรือผ้าไหมจากศูนย์ศิลปาชีพ ผลไม้ไทย ๆ ทั้งสดและอบแห้ง ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ผล เช่น กล้วยไม้ บอนสี เป็นต้น เป็นของขวัญที่หาไม่ยาก และยังมีราคาไม่แพง แถมยังเป็นการช่วยอุดหนุนคนไทยด้วยกันเอง เงินทองไม่รั่วไหล
5. ป.เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เลือกของขวัญที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม เช่น ไม่บรรจุในภาชนะโฟม ใช้ได้นานไม่เสื่อมเสียง่าย หากเสื่อมสภาพสามารถนำมาซ่อมแซมหรือรีไซเคิลได้ หรือเป็นสินค้าที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ประดิษฐ์จากใบไม้ หรือเป็นของขวัญที่สามารถช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมได้ เช่น ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ผล เป็นต้น

ส่วนใครที่อยากเลือกซื้อของขวัญประเภทอาหารแห้ง ก็ควรสังเกตด้วยว่าอาหารนั้นมีเชื้อราปนเปื้อนหรือไม่ ถ้าเห็นจุดคราบสีเขียว เหลือง ดำ หรือขาว ดมแล้วมีกลิ่นเหม็นอับ แสดงว่าอาหารแห้งนั้นหมดอายุหรือมีเชื้อราขึ้นแล้ว ควรหลีกเลี่ยง รวมทั้งขนมประเภทแป้ง น้ำตาล มีไขมันสูง อย่างเค้ก คุกกี้ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลาย ไม่ควรซื้อให้เป็นของขวัญ เพราะอาหารเหล่านี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

การมอบของขวัญในโอกาสพิเศษให้ชาวจีน


การทำธุรกิจกับชาวจีนเป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อมีโอกาสพิเศษหรือต้องการแสดงไมตรีต่อกัน ก็มักมอบของขวัญให้แก่กันเพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น ช่วงเทศกาลสำคัญชาวจีนนิยมมอบของขวัญให้แก่กัน อาทิ เทศกาลตรุษจีน ไหว้พระจันทร์ วันชาติ วันครบรอบการก่อตั้งบริษัท วันคล้ายวันเกิดผู้บริหาร งานสมรส เป็นต้น การเลือกของขวัญควรให้ความใส่ใจเลือกสรรให้เหมาะสมกับธรรมเนียมปฏิบัติของชาวจีนด้วย ซึ่งชาวจีนมีความเชื่อเก่าแก่ยาวนานเกี่ยวกับโชคลางซึ่งรวมทั้งสิ่งมงคลและอัปมงคล เราควรมั่นใจว่าสิ่งของที่ให้นั้นจะต้องเป็นสิ่งมงคลตามความเชื่อของชาวจีน

ของฝากของที่ระลึกทั่วไปสามารถให้เป็นของขวัญแก่ชาวจีนได้ทั้งของใช้งาน ของประดับตกแต่งได้ อาทิ สินค้าแบรนด์เนม สินค้าหัตถกรรม สินค้าโอทอป ภาพวาด เหล้า ไวน์ บุหรี่ ปากกา ผลไม้ ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกาย ฯลฯ การจัดวางควรนำใส่ตระกร้าเป็นชุดของขวัญสวยงาม ชาวจีนมักให้ความสำคัญกับหน้าตา ของที่มอบควรมีบรรจุภัณฑ์ที่ดี การมอบเป็นกล่องของขวัญสวยงามจะทำให้ผู้รับรู้สึกมีความสำคัญ

การมอบของขวัญในช่วงเทศกาลตรุษจีน ควรเน้นความหมายที่เป็นมงคล อาจเน้นด้วยสีสันโดยเฉพาะอย่างยิ่งสีแดง สีส้มที่เข้ากับเทศกาล สิ่งที่นิยมให้เป็นของขวัญช่วงตรุษ เช่น ส้ม และแอปเปิ้ลเนื่องจากมีออกเสียงที่คล้องกับคำความหมายมงคลของจีน คำว่า “ผิงกั่ว” ในภาษาจีนมีเสียงพ้องกับคำว่าสันติภาพและความสงบสุข จำนวนของสิ่งของที่ให้ก็มีความสำคัญเช่นกัน สิ่งของบางอย่างจำเป็นต้องมอบให้เป็นจำนวนคู่ เช่น ของขวัญสำหรับงานสมรส ของขวัญวันเกิด หากสิ่งของจำเป็นต้องมีหลายชิ้น จำนวนชิ้นไม่ลงท้ายด้วยเลข 4 ซึ่งอ่านออกเสียงว่า “ซื่อ” ที่มีความหมายว่าตายในภาษาจีน โดยปรกติเมื่อชาวจีนได้รับของขวัญแล้ว มักจะไม่แกะของขวัญทันทีเช่นเดียวกับชาวตะวันตก หากเราเป็นมอบหรือผู้ได้รับของขวัญควรรับของนั้นด้วยสองมือเพื่อแสดงถึงความตั้งใจ

สิ่งของที่ควรหลีกเลี่ยง
– ควรหลีกเลี่ยงการมอบของกินของใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง สบู่ แชมพู เพราะเป็นการดูถูกผู้รับว่าไม่สามารถหาซื้อใช้ได้
– สาลี่ และแตงโม ไม่ควรมอบให้แก่กันเนื่องจากสาลี่้พ้องเสียงกับความ “หลี” ซึ่งหมายถึงการพลัดพลากจากกัน ผลไม้ประเภทแตง ที่ชื่อภาษาจีนลงท้ายด้วย “กวา” คล้องกับคำว่า “ส่ากวา” ที่หมายความว่าโง่ในภาษาจีน
– ดอกไม้ที่ไม่ควรมอบให้กัน คือ ดอกเก๊กฮอวย เพราะเป็นดอกไม้ที่ใช้สำหรับงานศพ
– การมอบยารักษาโรคให้แก่กันแสดงถึงความเจ็บป่วย
– สิ่งของที่มีสีขาวและสีดำ ควรระวังเนื่องจากคู่สีดังกล่าวเป็นคู่สีที่ใช้ในงานศพ
– หลีกเลี่ยงการใช้กระดาษห่อของขวัญสีขาวและดำ หรือไม่ว่าจะห่อด้วยสีอื่น ๆ แต่ห้ามคาดด้วยโบว์สีขาว เพราะมีความหมายถึงงานศพได้ด้วยเช่นกัน
– หลีกเลี่ยงการใช้ปากกาสีแดงเขียนคำอวยพร เพราะให้ความรู้สึกถึงเลือดและการเจ็บตัว การใช้ตัวอักษรสีแดงจะใช้สำหรับโอกาสสำคัญมาก ๆ หรือข้อความสำคัญที่เป็นทางการมาก
– สิ่งของที่มอบควรแกะป้ายราคาออกก่อน

ของขวัญที่ควรให้ และไม่ควรให้ในที่ทำงาน


ปีใหม่ปีนี้จะหาซื้อของขวัญอะไรให้เจ้านายและเพื่อนร่วมงานดี ของขวัญที่จะทำให้ผู้รับประทับใจและจดจำเราไปได้เนิ่นนาน บางคนอาจนึกถึงของขวัญขำขำ ที่จะเรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งแผนก แต่ถึงอย่างนั้นอย่าลืมคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้กับผู้รับ ด้วย ของขวัญบางอย่างอาจทำให้ผู้รับขายหน้า ของขวัญบางอย่างเราชอบแต่เขาอาจไม่ชอบก็ได้ ดังนั้นก่อนจะซื้อของขวัญให้เพื่อนร่วมงานหรือนายจ้าง ควรคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย คำแนะนำต่อไปนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับคุณในการเลือกซื้อของขวัญสักชิ้นที่ถูกใจผู้รับ

1. ผู้ให้ควรรู้จักรสนิยม ความสนใจของผู้รับ ว่าเขาชอบอะไร สนใจอะไรเป็นพิเศษ เช่น สัตว์เลี้ยง ครอบครัว สุขภาพ เป็นต้น
2. หลีกเลี่ยงของขวัญต่อไปนี้
– ของใช้ส่วนตัว หรือของที่มีนัยยะทางเพศ เช่น ชุดชั้นใน เป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผยความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของคุณด้วยเรื่องที่เป็นส่วนตัวมากเกินไป
– น้ำหอม ครีมทาผิว หรือของที่มีกลิ่นแรง เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ หรือระคายเคืองได้ง่าย
– อาหาร เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องอาหารมีค่อนข้างมาก บางคนไม่ทานเนื้อ บางคนไม่ทานหมู บางคนเป็นมังสวิรัติ บางคนไม่ทานเผ็ด บางคนแพ้ช็อกโกแลต บางคนแพ้อาหารทะเล เป็นต้น ถ้าไม่รู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไรก็อย่าซื้ออาหารดีกว่า
– เครื่องประดับแวววาว รสนิยมในการเลือกเครื่องประดับของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ผู้รับอาจไม่ถูกใจเครื่องประดับที่คุณเลือกก็ได้ แต่จำเป็นต้องใส่ด้วยความเกรงใจ
– ผลงานศิลปะ ขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละบุคคลเช่นเดียวกัน สิ่งที่คุณชอบ ไม่ได้หมายความว่า ผู้รับจะต้องชอบเหมือนกับคุณ
– หลีกเลี่ยงของขวัญในเชิงล้อเลียน หรือทำให้ผู้รับอับอาย คุณอาจคิดว่าเป็นเรื่องล้อกันเล่นสนุก ๆ แต่ผู้รับอาจไม่รู้สึกสนุกไปกับคุณด้วย
3. เลือกของขวัญแบบกลาง ๆ ไว้ก่อนปลอดภัยดี
– กรอบรูป เดี๋ยวนี้มีแบบเก๋ ๆ ทันสมัยมากมาย น่าจะมีสักแบบที่เหมาะกับคนที่คุณจะมอบให้
– บัตรอวยพร ถ่ายทอดความรู้สึกดี ๆ ผ่านการ์ดสักใบไปยังผู้รับ มีคุณค่ามากกว่าของขวัญราคาแพง ๆ เสียอีก
– หนังสือ ให้หนังสือเป็นของขวัญ ให้ความรู้และความรู้สึกดี ๆ แก่กันผ่านหนังสือ ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่มีคุณค่าไม่น้อย
– ซีดี หรือ ดีวีดี ถ้าคุณรู้ว่าเขาชื่นชอบเพลงของใคร หรือไปดูหนังด้วยกันแล้วเขาประทับใจเรื่องนั้นมาก ๆ คุณอาจซื้อซีดี หรือ ดีวีดี ให้เป็นที่ระลึกก็ได้
– ของใช้สำหรับเด็ก หรือสัตว์เลี้ยง หากเพื่อนร่วมงานของคุณมีลูก ก็อาจให้เป็นของใช้สำหรับเด็ก แต่หากเขาเป็นคนรักสัตว์อาจให้ของน่ารัก ๆ สำหรับสัตว์เลี้ยงก็ได้
– ของใช้บนโต๊ะทำงาน อาจให้เป็นของใช้ในชีวิตประจำวันที่จำเป็นสำหรับการทำงาน เช่น ปากกา สมุดบันทึก เป็นต้น
4. หากรวมกันหลายคนเพื่อซื้อของขวัญชิ้นเดียว ควรคำนึงถึงคนที่มีรายได้น้อยด้วย โดยให้กำหนดราคาที่ทุกคนสามารถจ่ายได้อย่างสบายใจ
5. ควรระมัดระวังในการซื้อของขวัญให้เจ้านาย อย่าซื้อของขวัญให้เจ้านาย ถ้าคนอื่นเขาไม่ทำกัน เพราะคุณอาจถูกมองว่าต้องการเอาใจเจ้านายหรือเปล่า
6. ไม่จำเป็นต้องทำให้การมอบของขวัญเป็น ทอล์กออฟเดอะทาวน์ คนอื่นอาจมองว่าคุณอยากได้หน้า หรือไม่ก็อยากเด่นดัง
7. อย่าเอาชนะกันด้วยของขวัญราคาแพง เพราะคุณค่าของมันไม่ได้อยู่ที่ราคา
8. อย่าให้ของขวัญที่ดูไร้ค่า เพราะถือเป็นการดูถูกผู้รับ

ของขวัญที่มีคุณค่าช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเพื่อนร่วมงานให้แนบแน่นขึ้น เลือกของขวัญที่มาจากใจของคุณ พร้อม ๆ กับอ่านคำแนะนำข้างต้นประกอบ เชื่อว่าคุณจะสามารถให้ของขวัญเพื่อนร่วมงานได้อย่างเหมาะสม และไม่อายใคร

เลือกของขวัญให้ให้โดนใจคนพิเศษ ในโอกาศพิเศษ

เทศกาลแห่งความสุขกำลังใกล้เข้ามาแล้ว หลายคนอาจจะกำลังวางแผนจะซื้อของขวัญให้คนพิเศษของคุณ เราจึงขอนำเสนอแนวทางต่อไปนี้ในการเลือกซื้อของขวัญเพื่อให้ถูกใจทั้งผู้ให้ และผู้รับ

หลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น

– ความผิดพลาดอันดับต้น ๆ คือการซื้อของขวัญที่ผู้ซื้อเลือกซื้อตามความชอบของตนเอง มันอาจจะเป็นเรื่องสนุกสำหรับคุณ แต่ควรระลึกไว้เสมอว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบสี มีรสนิยมในการตกแต่ง ชอบแฟชั่น หนังสือ หรือกีฬาแบบเดียวกับคุณ
– อย่าให้ตัวคุณถูกชักจูงด้วยต้นแบบที่คุณคิดเอาเอง เด็กผู้หญิงไม่ได้ชอบสีชมพู หรือชอบเสื้อผ้าที่มีขนฟู ๆ กันทุกคน และก็ไม่แน่ว่าเด็กผู้ชายจะอยากได้ลูกฟุตบอลเสมอไป ผู้หญิงบางคนอาจจะเลือกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แทนที่จะเลือกสร้อยคอ หรือผู้ชายบางคนก็พอใจที่จะได้รับหนังสือดีๆ ซักเล่ม แทนตั๋วชมการแข่งขันชกมวยก็เป็นได้
– เพียงเพราะว่าคนที่คุณให้ของขวัญเขามีสัตว์เลี้ยง แต่เขาก็อาจจะไม่อยากได้ของกระจุ๋มกระจิ๋มเป็นรูปสัตว์เสมอไป เพราะเขาคงไม่ใช้โปสเตอร์รูปสุนัขดาคซ-ฮุนท หรือห่วงรัดผ้าเช็ดปากเป็นรูปแมวก็ได้
– ในการแลกของขวัญกัน บางครั้งของขวัญบางชิ้น อาจมองดูว่าธรรมดา แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าคุณซื้อของขวัญที่เฉพาะเจาะจงสำหรับบุคคล คุณควรจะหลีกเลี่ยงการซื้อแก้วกาแฟ หมวกเบสบอล แผ่นรองเมาส์ หรืออื่น ๆ ยกเว้นถ้าคุณรู้ว่าเขาต้องการสิ่งนั้น

อาศัยคำบอกใบ้

บางคนก็บอกใบ้สิ่งที่เขาต้องการไว้โดยที่เขาไม่รู้ตัว ดังนั้นคุณจึงต้องสวมบทเป็นนักสืบค้นหาสิ่งที่เขาต้องการ เช่นถามจากเพื่อน และครอบครัวว่าเขาชอบอะไร สำรวจดูว่าเขามีอะไรอยู่แล้วบ้าง อะไรที่เขาน่าจะใช้ และอะไรที่มีประโยชน์กับเขา เสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าเขามีสีอะไรหรือมีสไตล์ไหนมากเป็นพิเศษ เขาชอบนักร้อง นักเขียน ศิลปิน นักกีฬา หรือนักแสดงคนไหน หรือเขาชอบทำอะไรเวลาว่าง เป็นต้น ซึ่งในบางครั้งของขวัญที่ทำขึ้นเองมีคุณค่ามากกว่าของขวัญที่หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป

เมื่อวิธีอื่นใช้ไม่ได้ผล

การให้ของขวัญมีกฏอยู่ข้อหนึ่งคือ “ห้ามถามว่าเขาอยากได้อะไร” เพราะบางคนอาจจะไม่ชอบที่จะต้องตอบคำถามนี้ แต่บางคนก็อาจจะดีใจที่มีโอกาสบอกถึงความต้องการของเขาก็เป็นได้ อย่างเด็ก ๆ ที่จะชอบบอกว่าเขาอยากได้อะไร เป็นต้น

ถ้าไม่สามารถถามความต้องการได้ ลองให้บัตรของขวัญดูก็น่าจะดี ลองเลือกบัตรของขวัญที่คนส่วนใหญ่มีโอกาสจะได้ใช้แน่ ๆ เช่นบัตรของร้านหนังสือ บัตรชมภาพยนตร์ บัตรของขวัญของห้างสรรพสินค้า ร้านเทป-ซีดี หรื่ออื่นๆ บัตรของขวัญเหล่านี้อาจจะถูกมองว่าเป็นของขวัญธรรมดา ๆ แต่รับรองได้ว่าผู้รับจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ที่สำคัญ คุณอย่าลืมเก็บใบเสร็จไว้ด้วย เผื่อผู้รับต้องการเปลี่ยนของขวัญชิ้นนั้นถ้ามันไม่เหมาะกับเขา ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เกิดกรณีนี้ และสุดท้ายคุณก็จะมีความสุขเมื่อเห็นผู้ให้พอใจกับของขวัญที่เขาได้รับ เท่านี้ก็สุดยอดแล้ว